พระมหาชนก บทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

บทนำเรื่อง

พระมหาชนก บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  เป็นบทพระราชนิพนธ์อีกเรื่องหนึ่งที่ทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้  บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิมพ์ในปีกาญจนาภิเษก ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539  แนวคิดสำคัญของเรื่องคือ มุ่งสอนให้ผู้อ่านตระหนักถึงความเพียรเพื่อที่จะฝ่าฝันทุกอุปสรรคให้ผ่านพ้น  ซึ่งข้อคิดนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ทรงสนพระราชหฤทัย  ในการนำเรื่องนี้มาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่ หลังจากที่ได้ทรงสดับ พระธรรมเทศนาของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมมสาโรมหาเถร) วัดราชผาติการาม เมื่อ พ.ศ. 2520 โดยทรงแปลจากต้นฉบับในพระไตรปิกฏ (พระสุตตันตปิฏก ขุททกนิกาย ชาดกเล่มที่ 4 ภาคที่ 2 ) ทรงดัดแปลงเล็กๆ น้อยๆ ให้เข้าใจง่ายขึ้น และเสร็จสมบรูณ์ เมื่อ พ.ศ. 2531

 การใช้สำนวน

 ทรงใช้ศัพท์ ในบางประโยคทรงนำคำศัพท์ที่น่าสนใจที่นอกเหนือกว่าธรรมดามาใช้ได้อย่างเหมาะสม เสนาะทั้งเสียงและคำ รวมทั้งเข้าใจความหมายได้โดยง่าย  เช่น

ทรงเปิดเรื่องด้วยศัพท์ว่า ในอดีตกาลอันพ้นคณนาวิสัย ทำให้เกิดจินตนาการอันประมาณมิได้ว่า กาลเวลานั้นได้ผ่านมาแล้วยาวนานเพียงใด

ทรงใช้คำง่าย  ตรงไปตรงมา เป็นการนำเสนอเรื่องราวให้ได้ถึงแก่นสาระ แต่ทั้งนี้คำง่ายเหล่านั้นกลับเป็นคำที่สามารถสื่อได้อารมณ์ ความรู้สึก   และน้ำเสียงของบุคคลในเรื่อง เช่น
ตอนที่พระราชาอริฎชนกตรัสแก่พระมเหสีว่า ” ยอดรัก  การรบแพ้หรือชนะนั้นไม่อาจรู้ได้  ถ้าพี่มีอันเป็นอันตราย น้องจงรักษาครรภ์ให้ดี ”   ตรัสดังนี้แล้วเสด็จกรีธาทัพออกจากพระนคร

การใช้โวหารภาพพจน์

การใช้โวหารภาพพจน์ ทรงใช้โวหารภาพพจน์ โดยการใช้โวหารภาพพจน์ตลอดทั้งเรื่อง เพื่อช่วยให้ภาษาสละสลวยเกิดเป็นความงามทางภาษาและยังทำให้เรื่องน่าอ่านขึ้น ทั้งนี้เพราะโวหารภาพพจน์จะช่วยให้เกิดมโนภาพ สามารถรับถรรรสและสุนทรียรศในบทประพันธ์ได้เป็นอย่างดี
อุปมาอุปไมย (Simile)การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนกับอีกสิ่งหนึ่งโดยมีคำเปรียบเทียบชัดเจน เช่น
ไม่นานนักพระนางก็ประสูติพระโอรสมีวรรณะดังทอง
มหาชนเป็นภักษาแห่งปลาและเต่า น้ำโดยรอบมีสีเหมือนโลหิต
พระมหาสัตว์เป็นไปอยู่ในคลื่นซึ่งมีสีดังแก้วมณี เหมือนท่อนต้นกล้วยทอง
พระมหาสัตว์ทรงว่าน้ำข้ามสมุทรอยู่เจ็ดวันเหมือนว่ายข้ามวันเดียว
นามนัย (Metonymy) การแทนคำเพื่อนำไปสู่ความหมายที่ต้องการ ทรงใช้นามนัยเพื่อให้เกิดความหมายโดยนัยที่ไพเราะและโวหารภาพพจน์ที่งดงามยิ่ง ดังนี้
ความสิเนหาของพระอริฏฐชนกราชต่อพระอนุชา ทนทานคำอาบพิษอันซ้ำซากไม่ได้
สัญลักษณ์( Sybol) ทรงเลือกหาคำอื่นมาแทนอีกสิ่งหนึ่ง ดังนี้
พระองค์จะมอบเศวตฉัตรหรือจะเข้ายุทธภูมิกัน
บุคลาธิษฐาน (Personification) เป็นการสมมุติสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ให้มีกิริยาอาการและความรู้สึกนึกคิดประหนึ่งมนุษย์ ดังนี้
ทรงกล่าวถึงการปลอมพระองค์ของพระมเหสีของพระอริฎฐชนกว่า ทรงปลอมพระองค์ด้วยภูษาเก่าเศร้าหมอง ทรงใช้คำ เศร้าหมอง ประกอบกับคำว่า ภูษา เพื่อเน้นอารมณ์
เรือแล่นด้วยกำลังคลื่นที่ร้ายกาจ คำร้ายกาจ ช่วยเน้นอารมณ์เสมือนว่าเป็นคน

ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง ” พระมหาชนก” ด้วยความประณีต และทรงตั้งพระทัยเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ให้เป็นเครื่องเตือนใจประชาชน เข้าถึงจิตใจผู้คน เพื่อก่อให้เกิดสัมมาทัศนะในการดำเนินชีวิตและในทิศทางการพัฒนาประเทศ ในพระราชปรารภหรือคำนำของพระราชนิพนธ์ คือ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์ในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาล ให้เป็นเครื่องพิจารณาเพื่อประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของสาธุทั้งหลาย ดังนี้
1. ในยามวิกฤต ต้องคิดพึ่งตนเอง เทวดาจะช่วยผู้ที่ช่วยตัวเองเท่านั้น
2. ความเพียรอันบริสุทธิ์ หมายถึง ต้องพยายามอย่างถึงที่สุด เพื่อที่จะก้าวผ่านวิกฤต สร้างเศรษฐกิจจริงด้วยงานหรือความเพียรอันบริสุทธิ์
3. สร้างเศรษฐกิจด้วยการอนุรักษ์และเพิ่มพุููนทรัพยากร
4. โมหภูมิและมหาวิชชาลัย หมายถึง มนุษย์จะสามารถปฏิรูปการเรียนรู้ของมนุษย์ต้องหลุดพ้นจากอวิชชา เพื่อก้าวไปสู่การพัฒนาอย่างแท้จริง

Copyright(C)2012 All Rights reserved by Chanrat Wittaya School (โรงเรียนชาญรัตน์วิทยา อ.บางกรวย จ.นนทบุรี)